#ของมันต้องมี กองทุนที่ผู้มีเงินได้ต้องมี

  • Shares :

จากวลี “ของมันต้องมี” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง เสื้อผ้า รองเท้า หรือกระเป๋า เหมือนที่ใครๆ ฮิต ติด Hashtag กันนะคะ แต่หมายถึง กองทุนที่ผู้มีเงินได้ต้องมี ย้ำว่าต้องมี!! นะคะ ไม่ใช่ควรมี นั่นก็คือกองทุนรวม LTF ค่ะ ได้ประโยชน์คูณสอง ทั้งประหยัดภาษี แถมได้ออมเงินด้วย #ของมันต้องมีจริงๆค่ะ

 

ใกล้สิ้นปีทีไร คำถามยอดฮิตที่มักได้จากคนรู้จักคือ ปีนี้ซื้อกอง LTF อะไรดี??

จากข้อมูลของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน ณ สิ้นปี 2560 เรามีกองทุนรวม LTF 83 กอง จาก 20 บลจ. แล้วจะเลือกกองไหน ของเจ้าไหน แค่เห็นจำนวนกองทุน LTF ที่มีขายกันก็ปวดตับแล้วค่ะ สรุปเลยไม่เลือกดีกว่า เดินไปซื้อที่ธนาคารใกล้ๆ สะดวกดี ผ่านไป 5 ปี ดูผลตอบแทนอีกที ปวดตับกว่าเดิม

 

งั้นเรามาดูวิธีการเลือกกอง LTF กันค่ะ

1. ข้อแรกง่ายมากค่ะ ดูจาก ผลการดำเนินงานในอดีต เวลาดูให้ดูเทียบกันหลายๆ ช่วงเวลานะคะ ดูทั้ง 1 ปี  3 ปี 5 ปี ถ้ากองทุนมีผลการดำเนินงานอยู่ระหว่าง 1 - 5 ก็จัดว่าแจ่มค่ะ ไม่ใช่ว่าผลการดำเนินงาน 1 ปีดีมาก พอปีที่ 3 หลุดไปท้ายตาราง อันนี้ก็ไม่ไหวค่ะ อ้าว! แล้วจะไปดูผลการดำเนินงานย้อนหลังได้จากที่ไหน มีตั้ง 20 บลจ. 83 กองทุน คำตอบคือ ไปที่ NOMURA iFUND ได้เลยค่ะ มีทุกเจ้า มีทุกกอง เปรียบเทียบกันให้เพลินไปเลยค่ะ

2. นโยบายการจ่ายปันผล อันนี้แล้วแต่ความชอบเลยค่ะ ว่าอยากได้ผลตอบแทนระหว่างทางมาเชยชมรึเปล่า แต่อย่าลืมว่าปันผลที่ได้รับต้องเสียภาษี 10% นะคะ

3. Max drawdown เมื่อได้กองทุนในใจสัก 2 - 3 กอง ก็อย่าลืมมาเทียบ Max drawdown กันด้วยนะคะ อันนี้เอาไปดูว่าในอดีตถ้าเราซื้อดอย กองทุนจะให้ผลขาดทุนสุดเท่าไร เอาไว้เตือนใจค่ะ ว่าการลงทุนมีความเสี่ยง

4. ค่าธรรมเนียม อันนี้ดูดีๆ นะคะ บางกองทุนมีค่าธรรมเนียมจากการขายหน่วยลงทุน (Front-end-fee) ค่าใช้จ่ายนี้จะถูกบวกเข้าไปกับมูลค่าหน่วยลงทุนเมื่อซื้อหน่วยลงทุน ทำให้เราเอาเงินที่ซื้อกองทุน LTF ไปหักลดหย่อนได้ไม่เต็มจำนวนค่ะ ถ้าต้องการให้หักได้เต็มจำนวน ให้จ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มไปด้วยค่ะ เช่น ถ้ากองทุนมี Front end 1% หากต้องการลดหย่อน 100,000 บาท ให้จ่าย 101,000 บาทค่ะ ส่วนค่าธรรมเนียมอื่นๆ ส่วนใหญ่ก็เก็บในอัตราที่สูสีกัน ซึ่งก็สะท้อนอยู่ในผลการดำเนินงานแล้วค่ะ

 

สำหรับท่านที่ไม่อยากเทียบเอง ก็มีเปรียบเทียบให้ดูนะคะ เชิญเลือกช้อป ของมันต้องมี กันได้เลยค่ะ

 


การคำนวณซื้อ LTF

รายได้รวมทั้งปีของคุณ

บาท

คุณสามารถซื้อ LTF ได้สูงสุด

บาท

* ลดหย่อนได้ไม่เกิน 15% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท

การคำนวณซื้อ RMF

รายได้รวมทั้งปีของคุณ

บาท

คุณสามารถซื้อ RMF ได้สูงสุด

บาท

* ซื้อได้ไม่เกิน 15% ของรายได้ แต่หลังรวมรายได้รวมทั้งปี และเงินสะสมจ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ กบข. ต้องไม่เกิน 500,000 บาท รวมถึงเมื่อรวมรายได้รวมทั้งปี, เงินสะสมจ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ กบข. และประกันบำนาญ ต้องน้อยกว่า 500,000 บาท เสมอ

บทความน่าสนใจอื่นๆ